ZHOK17 ทัวร์ญี่ปุ่น HOKKAIDO HAKODATE 6D4N JAN-FEB BY TG (39999)

ZHOK17 HOKKAIDO HAKODATE 6D4N JAN-FEB BY TG (39999)

 

วันแรก              กรุงเทพ ฯ – สนามบินสุวรรณภูมิ

20.30 น.          พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2 สายการบินไทย เคาน์เตอร์ D เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน

23.55 น.          เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ TG 670 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

 

วันที่สอง            ชิโตเสะ – เมืองโนโบริเบทสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – ศาลาประชาคมเก่าของฮาโกดาเตะ – เมืองฮาโกดาเตะ –  โบสถ์คาทอลิกแทรพพิซไทน์

08.20 น.          เดินทางถึง สนามบินชิโตเสะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นแล้ว นำท่านเดินทางสู่ โนโบริเบทสึ เมืองที่เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงด้านออนเซ็น เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับไปพักค้างคืนและเข้าออนเซ็นเป็นอย่างยิ่ง นำท่านชม หุบเขานรกจิโกกุดานิ เกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่ดับก่อให้เกิดน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าชม

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ(Hakodate) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะจึงได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก นำท่านเดินชมบริเวณด้านนอก ศาลาประชาคมเก่าของฮาโกดาเตะ ซึ่งอาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฮาโกดาเตะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่นี่มีหอประชุมใหญ่ตระการตาและห้องต่างๆ ที่สงวนไว้สำหรับแขกพิเศษ สมาชิกราชวงศ์ของญี่ปุ่นเคยเข้าพักในห้องเหล่านี้มาแล้ว เมื่อคราวเสด็จมาเยือนฮาโกดาเตะ (ไม่รวมค่าเข้าชมท่านละ 300 เยน) จากนั้นนำท่านชม โบสถ์คาทอลิกแทรพพิซไทน์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1898 โดยแม่ชีทั้ง 8 คนที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนา ต่อมาในปี 1925 โบสถ์แห่งนี้ได้ถูกไฟไหม้และหลังจากนั้นอีก 2 ปีก็ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ ตัวตึกเป็นอาคารที่สร้างจากอิฐแดงทั้งหลังรูปทรงคล้ายกับปราสาทของยุโรป เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสค์และโกธิคผสมผสานกัน ที่โบสถ์แห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้เฉพาะภายนอกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าชมภายในโบสถ์ ด้านในมีแม่ชีอยู่ประมาณ 60 คน และที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์และร้านขายของที่ระลึกเล็กๆตั้งอยู่ ขนมคุ้กกี้ของที่นี่รสชาติอร่อยมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อบโดยเหล่าแม่ชีที่อยู่ประจำในโบสถ์แห่งนี้ นอกจากคุ้กกี้แล้วก็ยังมีของระลึกอย่างไม้กางเขนให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย

ที่พัก                 โรงแรม HAKODATE YUNOKAWA KANKO SYOEN ONSEN HOTEL  หรือระดับเดียวกัน

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม  หลังอาหารให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น

 

วันที่สาม            ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ – โกดังอิฐแดงริมน้ำ – เมืองโทยะ –  ทะเลสาบโทยะ

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านสัมผัสวิถี ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ นับเป็นตลอกช่วงเช้าที่บรรยากาศแสนจะคึกคักของเมืองฮาโกดาเตะ เรียกได้ว่าถ้าอยากหามื้อเช้าเด็ดๆหรืออยากมาสัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าของชาวเมืองนี่ต้องไม่พลาดเลย เพราะภายในตลาดนั้นเต็มไปด้วยร้านขายอาหารทะเลสด ไม่ว่าจะเป็น ปูคานิ ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่นทะเล หรือจะเป็นผลไม้ต่างๆก็มีให้เลือกช็อปเลือกชิมกันอย่างเพียบ แล้วถ้าอยากหาร้านอาหารมาฝากท้องก็บริเวณใกล้ๆกันยังมีร้านอาหารเปิดกันแต่เช้าให้เข้าไปแวะเติมพลังกันได้ โดยเมนู่ที่ฮอตฮิตต้องลองเมื่อมาเยือนถึงถิ่นแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบชั้นเลิศก็คือ  Uni-Ikura Domburi ซึ่งเป็นข้าวเสิร์ฟพร้อมหอยเม่นทะเลสดๆหวานๆและไข่ปลาแซลม่อน รับรองเลยว่าได้ชิมจะฟินไปอีกนาน โดยตลอกแห่งนี้นั้นจะมีพื้นที่ประมาณ 4 ช่วงตึก เปิดเปิดเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ตอนเช้าตีห้าถึงเที่ยงตรง จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ ที่ได้รับเลือกให้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งชาติ ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชมทัศนียภาพอันสวยงามได้ตลอดสี่ฤดู: ชมซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ, พฤกษาเขียวขจีในฤดูร้อน, ไม้ผลัดใบในฤดูใบไม้ร่วงและหิมะในฤดูหนาว ชั้นจุดชมวิวที่ติดกับหอคอยโกเรียวคาคุเป็นจุดชมวิวมุมกว้างขวางที่สามารถมองเห็นป้อมปราการรูปดาวขนาดมหึมา (สะพานข้ามเข้าไปในพื้นที่รูปดาวเปิด 09.00-19.00 ไม่รวมค่าขึ้นหอคอยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 900 เยน)

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โกดังอิฐแดงริมน้ำ ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ ในเมืองฮาโกดาเตะของฮอกไกโดโกดังอิฐแดงของที่นี่นั้นเรียกได้ว่าศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ให้บรรยากาศเก่าๆ ด้วยสิ่งก่อสร้างที่ดูคลาสสิกที่แม้จะดูเก่าแก่แต่ก็มีคลาสในเวลาเดียวกัน โดยเดิมทีที่นี่เคยเป็นคลังสินค้าอิฐสีแดงที่เคยใช้ค้าขายในปลายสมัยเอโดะ ภายหลังจากที่ไม่ได้ใช้งานเป็นคลังสินค้าอีกต่อไปแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโทยะเพื่อชม จุดชมวิวทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) เป็นจุดชมวิวทะเลสาบโทยะ แบบพาโนราม่า และยังสามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รายรอบ ทะเลสาบโทยะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่รูปวงกลม มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตร เกิดจากปากปล่องภูเขาไฟ ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบชิโกสึ

ที่พัก                 โรงแรม TOYA ONSEN HOTEL HANABI หรือ NISEKO GRAND HOTEL  หรือระดับเดียวกัน

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น

 

วันที่สี่                ลานกิจกรรมหิมะ – เมืองโอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว – ดิวตี้ฟรี  ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ –  เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ขาปู 3 ชนิด

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางเข้าสู่ ลานกิจกรรมหิมะ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับ กิจกรรมหิมะให้เล่น เช่น สโนว์โมบิล และสโนสเลด หรือจะเลือกเล่นผาดโผนในสไตล์ท่านเอง (ไม่รวมค่าอุปกรณ์ และค่าเครื่องเล่น ประมาณ 5,000-15,000 เยน) ** ทั้งนี้การเล่นกิจกรรมหิมะต่างๆนั้น ขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ และปริมาณความหนาของหิมะ ณ เวลานั้น**

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก รวมถึงการตกแต่งของบ้านเรือนนั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกออกแบบเป็นสไตล์ตะวันตกเนื่องจากในอดีต อิสระให้ท่านเดินชมความสวยงามของเมืองเลียบคลอง  โอตารุอันสวยงามน่าประทับใจ คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่สู่โกดังในเมือง ภายหลังเลิกใช้จึงถมคลองครึ่งหนึ่งเป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยวแทนโกดังต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารอิฐสีแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนรักได้อีกด้วย  นอกจากนี้ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” สไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้แก่เมือง Otaru นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนนาดา ถ้ามาฮอกไกโดแล้วไม่มาชม ต้องไปชมที่แคนนาดากันนะจ๊ะ

อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกชมสินค้ามากมาย กับถนนซาไกมาชิ  โดยด้านขวามือก็ต้องสะดุดตา สะดุดใจ ไปกับความน่ารักของเจ้าแมวน้อยคิตตี้ ที่ท้าทายรอให้ทุกๆท่านเข้าไปเยี่ยมชม ผ่านมาแล้วจะผ่านเลยไปได้อย่างไรกัน แวะชมกันสักหน่อยสิค่ะ เมื่อเข้าไปในร้านทุกท่านสามารถเลือกแก้วเป็นลวดลายตามใจชอบแต่ละท่านได้เลยนะจ๊ะ ซึ่งข้างหลังแก้วจะมีการสกรีนคำว่า otaru ติดไว้ด้วยนะคะ ซึ่งแก้วก็จะมีมากมายหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อซื้อแก้วพร้อมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้วสามารถเติมเครื่องดื่มฟรีได้อีกรอบด้วยนะคะ เลือกเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เชิญเลือกที่นั่งตามอัธยาศัยที่บริเวณชั้นสองได้เลยจ้า หรือถ้าใครไม่อยากนั่งบริเวณชั้นหนึ่งจะเป็นโซนขายของที่ระลึก หรือจะสนุกสนานไปกับการหมุนตู้กาชาปองเสี่ยงทายหาของฝากไปฝากคนที่คุณรักก็ตามแต่สะดวกเลยค่ะ ออกจากร้านคาเฟ่คิตตี้ไม่ทันไร ก็จะเจอร้านถัดมาที่เรียกกันว่า มาฮอกไกโด ทั้งทีต้องไม่พลาด LETAO กันนะจ๊ะ เป็นค่าเฟ่ให้นั่งทานและสามารถสั่งกลับได้  ซึ่งบางวันอาจจะต้องรอคิวกันสักนิดนึง  สิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามพลาดที่จะลิ้มรส และห้ามพลาดที่จะหิ้วกลับมาเป็นของฝากบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งโดยเด็ดขาด LETAO ที่ควรค่าแก่การทานคือชีสเค้กนั่นเอง สัมผัสลิ้นที่นุ่มละมุน กลิ่นหอมหวาน ให้รสชาติหวานพอดี ลิ้มรสพร้อมกับจิบชาและชมบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ไม่มีอะไรจะฟินไปยิ่งกว่านี้แล้วววว  มากันที่ร้านแนะนำร้านสุดท้ายกันค่ะ ร้านนี้ก็คือ คาเฟ่สนูปปี้ เอาใจคนรักสนูปปี้ ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือไอศกรีมนั่นเองค่ะ ซึ่งมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม เป็นซอฟท์ครีมเนื้อนุ่มละมุน ภายในร้านแบ่งเป็นสองชั้น ซึ่งชั้นที่สองจะเป็นโซนร้านอาหาร การตกแต่งร้านก็ไม่พลาดที่จะตกแต่งไปด้วยสนูปปี้ทั้งร้านแน่นอนค่ะ นอกจากอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับสนูปปี้เพื่อเอาใจคนรักสนูปปี้กันด้วยค่ะ มีให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างมากมาย เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ทั้งของต่างประเทศและแบรนด์ดังของญี่ปุ่น หรือว่าจะเป็นอาหารเสริมคุณภาพดีซึ่งไม่วามารถหาซื้อจากที่ไหนได้ นอกจากร้านค้าปลอดภาษีเท่านั้น และนำท่านช้อปปิ้งที่ ทานุกิโคจิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งอาเขตบนถนนคนเดินที่มีหลังคามุงบังแดดบังฝนและหิมะ  มีความยาว 7 บล็อกถนน มีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่กว่า 200 ร้านค้า Susukin  มีร้าน BIG CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์,ร้าน100เยน, ร้านUNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น,ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสำอาง

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิด และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น ปูซูไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกฮอล์และซอฟท์ดริ้งค์ให้ท่านอิ่มอร่อยกันแบบเต็มที่ไม่อั้น 

พักที่                 โรงแรม THE B SAPPORO SUSUKINO หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่ห้า              อุทยานโมอาย – นมัสการพระใหญ่อะตะมะ ไดบุตสึ – ตลาดปลาซัปโปโรโจไก – ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด – สวนโอโดริ – หอนาฬิกาซัปโปโร – มิตซุยเอ้าท์เล็ท

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านชม อุทยานโมอาย ที่ออกแบบโดย Tadao anda สถาปนิกชื่อดังของโลก ก่อสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ไอเดียคล้ายวัฒนธรรมจากโมอายและอียิปต์ ออกแบบรูปร่างตั้งให้อยู่ในภูเขาของดอกลาเวนเดอร์ พระพุทธรูปเป็นแนวคิดโครงสร้างจากการเรียงลำดับของจิตวิญญาณ องค์พระมีชื่อว่า Atama Daibutsu เปิดให้เข้าชมอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา อุทยานโมอาย มีพื้นที่ประมาณ 540,000 ตารางเมตร มี 40,000 กลุ่มของที่บรรจุอัฐิและรองรับได้ 70,000 กลุ่ม (ชาวญี่ปุ่นไม่มีการฝังศพ ใช้การเผา และจะซื้อที่ดินใว้เก็บ”อัฐิ”เก็บแบบทั้งตระกูลรวมไว้) โมอายแห่งญี่ปุ่น เป็นชื่อที่ผู้คนเรียกขาน เป็นหนึ่งในสุสานที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดซัปโปโรโจไง ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆจำหน่ายอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่นๆในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ อาหารทะเลสดๆเสิร์ฟพร้อมข้าว เรียกว่า donburi

เที่ยง                 เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาอิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย ณ ตลาดปลาซัปโปโรโจไง ให้ท่านได้เลือกทานอาหารได้ตามใจชอบในแบบของท่านไม่ว่าจะเป็นปูทาราบะ ปูซูไซ หรือจะเลือกทานเป็นซูชิ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ รับรองว่าสด สะอาด ถูกใจทุกท่านที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นแน่นอน ขึ้นชื่อว่าตลาดปลา ไม่ได้มีแต่ปลาสดนะจ๊ะ นอกจากจะมีปลาสด ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว อาหารทะเลนานาชนิดแล้ว และยังมีผลไม้ตามฤดูกาลอีกด้วย ที่ตลาดปลาแห่งนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับนั่งทานให้ท่านได้เลือกทานตามอัธยาศัยมากมาย อาหารที่แนะนำก็คือ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ จนถึงหน้าปลาย่าง ซึ่งมีเมนูน่าทาน น่าสนใจ ราคาย่อมเยาว์มากมาย จากนั้นนำท่านชม  ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งาน มายาวนานกว่า 80 ปีแต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปีพ.ศ. 2512  นำท่านผ่านชม หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่และเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัย ฮอกไกโด แต่ได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น นำท่านผ่านชม สวนโอโดริ สวนสวยใจกลางเมืองที่ทอดตัวยาวจากตะวันออกไปตะวันตกโดยมีความยาว 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจ สวนโอโดริเป็นที่รู้จักในฐานะสวนสาธารณะแต่ที่จริงแล้วเป็นถนนโดยในปีค.ศ.1871 (ปีเมจิที่ 4) มีการสร้างแนวกันไฟที่แยกใจกลางเมืองซัปโปโรออกเป็นฝั่งเหนือใต้ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถนนชิริเบชิและถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโอโดริ สถานที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสบายๆ ในยามปกติ และยังเป็นที่จัดงานเทศกาลขึ้นชื่อของฮอกไกโดอีกด้วย  สามารถที่จะสนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทุกฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิมีเทศกาลดอกไลแล็ค ฤดูร้อนมีเทศกาล YOSAKOI โซรันและเบียร์การ์เด้น ฤดูใบไม้ร่วงมีเทศกาลออทั่มเฟสซึ่งรวบรวมเอาอาหารของฮอกไกโดมาไว้ และในฤดูหนาวมีเทศกาลหิมะซึ่งพัฒนามาเป็นเทศกาลระดับโลก

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET) ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย

ค่ำ                    เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

พักที่                 โรงแรม THE B SAPPORO SUSUKINO หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่หก             สนามบินชิโตเสะ – กรุงเทพ ฯ    

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม   นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

10.00 น.          นำทุกท่านเหินฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671    บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

15.50 น.          เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…

 

ดาวน์โหลดโปรแกรมฉบับเต็ม >> ZHOK17