ZHOK15 ทัวร์ญี่ปุ่น HOKKAIDO HAKODATE 6D4N JAN-MAR BY XJ (29999)

ZHOK15 HOKKAIDO HAKODATE 6D4N JAN-MAR BY XJ (29999)

 

 

วันแรก              กรุงเทพฯ – สนามบินดอนเมือง

23.00 น.          พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง ชั้น 3 ประตูหมายเลข 4 สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ เคาน์เตอร์ 4 เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน

                       

วันที่สอง            สนามบินซัปโปโร – เมืองฮาโกดาเตะ – สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ – โกดังอิฐแดงริมน้ำ – เนินฮาจิมันซากะ

 

02.20 น.          เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ XJ 620 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง

จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 มีบริการอาหารร้อนเสิร์ฟทั้งขาไปและขากลับ

(น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

123

10.40 น.          เดินทางถึงสนามบินชิโตเสะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นแล้ว  นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ(Hakodate) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะจึงได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะโกเรียวคาคุ ที่ได้รับเลือกให้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งชาติ ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชมทัศนียภาพอันสวยงามได้ตลอดสี่ฤดู: ชมซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ, พฤกษาเขียวขจีในฤดูร้อน, ไม้ผลัดใบในฤดูใบไม้ร่วงและหิมะในฤดูหนาว ชั้นจุดชมวิวที่ติดกับหอคอยโกเรียวคาคุเป็นจุดชมวิวมุมกว้างขวางที่สามารถมองเห็นป้อมปราการรูปดาวขนาดมหึมา (สะพานข้ามเข้าไปในพื้นที่รูปดาวเปิด 09.00-19.00 ไม่รวมค่าขึ้นหอคอยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 900 เยน)

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โกดังอิฐแดงริมน้ำ ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ ในเมืองฮาโกดาเตะของฮอกไกโดโกดังอิฐแดงของที่นี่นั้นเรียกได้ว่าศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ให้บรรยากาศเก่าๆ ด้วยสิ่งก่อสร้างที่ดูคลาสสิกที่แม้จะดูเก่าแก่แต่ก็มีคลาสในเวลาเดียวกัน โดยเดิมทีที่นี่เคยเป็นคลังสินค้าอิฐสีแดงที่เคยใช้ค้าขายในปลายสมัยเอโดะ ภายหลังจากที่ไม่ได้ใช้งานเป็นคลังสินค้าอีกต่อไปแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เนินฮาจิมันซากะ ซึ่งเป็นเนินที่ทอดยาวโดยมีวิวท่าเรืออันงดงามอยู่ปลายทางแห่งนี้ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ใน “เนินของญี่ปุ่นที่น่าเที่ยวมากที่สุด” เป็นเนินซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของฮอกไกโดเลย ในช่วงฤดูหนาว ต้นไม้บริเวณริมถนนทั้งสองข้างทางจะมีการไลท์อัพ ประดับไฟส่องแสงสวยงามควบคู่ไปกับแสงไฟจากท่าเรือที่อยู่ไกลออกไป กลายเป็นวิวทิวทัศน์ที่แสนโรแมนติกที่สุด

ค่ำ                    อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

ที่พัก                 โรงแรม HOTEL HAKODATE ROYAL หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สาม            ศาลากลางฮาโกดาเตะเก่า – นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ภูเขาไฟอุสุซาน – ภูเขาไฟโชวะ – สวนหมีภูเขาไฟโชวะ – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินชมบริเวณด้านนอก ศาลาประชาคมเก่าของฮาโกดาเตะ ซึ่งอาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฮาโกดาเตะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่นี่มีหอประชุมใหญ่ตระการตาและห้องต่างๆ ที่สงวนไว้สำหรับแขกพิเศษ สมาชิกราชวงศ์ของญี่ปุ่นเคยเข้าพักในห้องเหล่านี้มาแล้ว เมื่อคราวเสด็จมาเยือนฮาโกดาเตะ (ไม่รวมค่าเข้าชมท่านละ 300 เยน)

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำทุกท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ภูเขาไฟอุสุซาน เป็นภูเขาไฟที่ทำให้เกิดทะเลสาบโทยะขึ้นมา จากหลักฐานพบว่า ภูเขาไฟลูกนี้มีการปะทุขึ้นมาทุกๆ 20-50 ปี ดังนั้นจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภุมิทัศน์ของพื้นที่แถบนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการปะทุไปเมื่อปี พ.ศ. 2543 บนยอดเขาจะเห็นปากปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นมีควันสีขาวลอยขึ้นมาตลอดเวลา (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) (รวมค่าขึ้นกระเช้าและค่าเข้าสวนหมีแล้ว)

จากนั้นนำท่านเข้าชม สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa-Shinzan Bear Park) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และมีหมีโตเต็มวัยที่ไม่ดุร้ายโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว หากใครต้องการใกล้ชิดกว่านี้ก็สามารถเข้าไปยังห้องสังเกตการณ์พิเศษ กรงมนุษย์ ซึ่งจะมองเห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา และได้ยินเสียงและกลิ่นของหมีผ่านรูระบายอากาศเล็กๆ นอกจากนี้ยังยังขายขนมปัง และแอปเปิ้ล ให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารหมีอีกด้วย นำท่านช้อปปิ้งที่ ทานุกิโคจิ เป็นแหล่งช้อปปิ้งอาเขตบนถนนคนเดินที่มีหลังคามุงบังแดดบังฝนและหิมะ  มีความยาว 7 บล็อกถนน มีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่กว่า 200 ร้านค้า Susukin  มีร้าน BIG CAMERA จำหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์,ร้าน100เยน, ร้านUNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น,ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสำอาง

ค่ำ                    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนู บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างปู 3 ชนิด และอาหารทะเลนานาชนิด อาทิเช่น ปูซูไว ปูขน ปูทาราบะ หอยเชลล์ หอยนางรม กุ้งทะเล ซาชิมิสดๆ และซูชิหน้าต่างๆรวมถึงเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งไว้บริการท่านอย่างเต็มอิ่ม หมายเหตุ ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกฮอล์

ที่พัก                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สี่                ลานกิจกรรมหิมะ – เมืองโอตารุ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ถนนซาไกมาชิ – ดิวตี้ฟรี อิออน

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางเข้าสู่ ลานกิจกรรมหิมะ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับ กิจกรรมหิมะให้เล่น เช่น สโนว์โมบิล และสโนสเลด หรือจะเลือกเล่นผาดโผนในสไตล์ท่านเอง (ไม่รวมค่าอุปกรณ์ และค่าเครื่องเล่น ประมาณ 5,000-15,000 เยน) ** ทั้งนี้การเล่นกิจกรรมหิมะต่างๆนั้น ขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ และปริมาณความหนาของหิมะ ณ เวลานั้น*

เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก รวมถึงการตกแต่งของบ้านเรือนนั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกออกแบบเป็นสไตล์ตะวันตกเนื่องจากในอดีต เมืองโอตารุได้รับอิทธิพลมาจากการทำการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศในแถบยุโรป อิสระให้ท่านเดินชมความสวยงามของเมืองเลียบคลองโอตารุอันสวยงามน่าประทับใจ คลองโอตารุเป็นคลองที่เกิดขึ้นจากการถมทะเล สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่สู่โกดังในเมือง ภายหลังเลิกใช้จึงถมคลองครึ่งหนึ่งเป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยวแทนโกดังต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารอิฐสีแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และได้ปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกนั่นเอง จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนรักได้อีกด้วย

นอกจากนี้ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมี “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” สไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้แก่เมือง Otaru นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที เหมือนกับนาฬิกาไอน้ำอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนนาดา ถ้ามาฮอกไกโดแล้วไม่มาชม ต้องไปชมที่แคนนาดากันนะจ๊ะ  อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกชมสินค้ามากมาย กับถนนซาไกมาชิ  โดยด้านขวามือก็ต้องสะดุดตา สะดุดใจ ไปกับความน่ารักของเจ้าแมวน้อยคิตตี้ ที่ท้าทายรอให้ทุกๆท่านเข้าไปเยี่ยมชม ผ่านมาแล้วจะผ่านเลยไปได้อย่างไรกัน แวะชมกันสักหน่อยสิค่ะ เมื่อเข้าไปในร้านทุกท่านสามารถเลือกแก้วเป็นลวดลายตามใจชอบแต่ละท่านได้เลยนะจ๊ะ ซึ่งข้างหลังแก้วจะมีการสกรีนคำว่า otaru ติดไว้ด้วยนะคะ ซึ่งแก้วก็จะมีมากมายหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อซื้อแก้วพร้อมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้วสามารถเติมเครื่องดื่มฟรีได้อีกรอบด้วยนะคะ เลือกเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เชิญเลือกที่นั่งตามอัธยาศัยที่บริเวณชั้นสองได้เลยจ้า หรือถ้าใครไม่อยากนั่งบริเวณชั้นหนึ่งจะเป็นโซนขายของที่ระลึก หรือจะสนุกสนานไปกับการหมุนตู้กาชาปองเสี่ยงทายหาของฝากไปฝากคนที่คุณรักก็ตามแต่สะดวกเลยค่ะ  ออกจากร้านคาเฟ่คิตตี้ไม่ทันไร ก็จะเจอร้านถัดมาที่เรียกกันว่า มาฮอกไกโด ทั้งทีต้องไม่พลาด LETAO กันนะจ๊ะ เป็นค่าเฟ่ให้นั่งทานและสามารถสั่งกลับได้  ซึ่งบางวันอาจจะต้องรอคิวกันสักนิดนึง  สิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามพลาดที่จะลิ้มรส และห้ามพลาดที่จะหิ้วกลับมาเป็นของฝากบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งโดยเด็ดขาด LETAO ที่ควรค่าแก่การทานคือชีสเค้กนั่นเอง สัมผัสลิ้นที่นุ่มละมุน กลิ่นหอมหวาน ให้รสชาติหวานพอดี ลิ้มรสพร้อมกับจิบชาและชมบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ไม่มีอะไรจะฟินไปยิ่งกว่านี้แล้ววว มากันที่ร้านแนะนำร้านสุดท้ายกันค่ะ ร้านนี้ก็คือ คาเฟ่สนูปปี้ เอาใจคนรักสนูปปี้ ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้ก็คือไอศกรีมนั่นเองค่ะ ซึ่งมีหลากหลายรสชาติให้เลือกชิม เป็นซอฟท์ครีมเนื้อนุ่มละมุน ภายในร้านแบ่งเป็นสองชั้น ซึ่งชั้นที่สองจะเป็นโซนร้านอาหาร การตกแต่งร้านก็ไม่พลาดที่จะตกแต่งไปด้วยสนูปปี้ทั้งร้านแน่นอนค่ะ นอกจากอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับสนูปปี้เพื่อเอาใจคนรักสนูปปี้กันด้วยค่ะ มีให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างมากมาย  จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านค้าปลอดภาษี DUTY FREE สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางแบรนด์ดัง ทั้งของต่างประเทศและแบรนด์ดังของญี่ปุ่น หรือว่าจะเป็นอาหารเสริมคุณภาพดีซึ่งไม่วามารถหาซื้อจากที่ไหนได้ นอกจากร้านค้าปลอดภาษีเท่านั้น  นำท่านช้อปปิ้ง ณ ห้างสรรพสินค้า ห้างจัสโก้อิออน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น มีสินค้ามากมายหลากหลายชนิดให้ท่านได้เลือกซื้อกัน ไม่ว่าจะเป็นโซนเครื่องซำอางค์ ของใช้เด็ก ของเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ยาสามัญประจำบ้านหรือแม้กระทั่งผลไม้สดๆจากไร่ของญี่ปุ่นก็มีจำหน่ายที่นี่ด้วยเช่นกัน  พิเศษสุดกับร้าน 100 เยน ทีทุกอย่างในร้านราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น ซึ่งเป็นร้านยอดฮิตของคนญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว   **อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า**

ที่พัก                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่ห้า              อุทยานโมอาย – พระอะตะมะไดบุตสึ –  ตลาดปลาซัปโปโรโจไง – ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด – หอนาฬิกาซัปโปโร – สวนโอโดริ – มิตซุยเอ้าเล็ท   

เช้า                   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านชม อุทยานโมอาย ที่ออกแบบโดย Tadao anda สถาปนิกชื่อดังของโลก ก่อสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ไอเดียคล้ายวัฒนธรรมจากโมอายและอียิปต์ ออกแบบรูปร่างตั้งให้อยู่ในภูเขาของดอกลาเวนเดอร์ พระพุทธรูปเป็นแนวคิดโครงสร้างจากการเรียงลำดับของจิตวิญญาณ องค์พระมีชื่อว่า Atama Daibutsu เปิดให้เข้าชมอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา อุทยานโมอาย มีพื้นที่ประมาณ 540,000 ตารางเมตร มี 40,000 กลุ่มของที่บรรจุอัฐิและรองรับได้ 70,000 กลุ่ม (ชาวญี่ปุ่นไม่มีการฝังศพ ใช้การเผา และจะซื้อที่ดินใว้เก็บ”อัฐิ”เก็บแบบทั้งตระกูลรวมไว้) โมอายแห่งญี่ปุ่น เป็นชื่อที่ผู้คนเรียกขาน เป็นหนึ่งในสุสานที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดซัปโปโรโจไง ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆจำหน่ายอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่นๆในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ อาหารทะเลสดๆเสิร์ฟพร้อมข้าว เรียกว่า donburi

เที่ยง                 เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาอิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย ณ ตลาดปลาซัปโปโรโจไง ให้ท่านได้เลือกทานอาหารได้ตามใจชอบในแบบของท่านไม่ว่าจะเป็นปูทาราบะ ปูซูไซ หรือจะเลือกทานเป็นซูชิ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ รับรองว่าสด สะอาด ถูกใจทุกท่านที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นแน่นอน  ขึ้นชื่อว่าตลาดปลา ไม่ได้มีแต่ปลาสดนะจ๊ะ นอกจากจะมีปลาสด ปูทาราบะ ปูขน ปูซูไว อาหารทะเลนานาชนิดแล้ว และยังมีผลไม้ตามฤดูกาลอีกด้วย ที่ตลาดปลาแห่งนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับนั่งทานให้ท่านได้เลือกทานตามอัธยาศัยมากมาย อาหารที่แนะนำก็คือ ซาซิมิ ข้าวหน้าปลาดิบ จนถึงหน้าปลาย่าง ซึ่งมีเมนูน่าทาน น่าสนใจ ราคาย่อมเยาว์มากมาย จากนั้นนำท่านชม  ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาที่ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า ตึกนี้ผ่านการใช้งาน มายาวนานกว่า 80 ปีแต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปีพ.ศ. 2512  นำท่านผ่านชม หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่และเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัย ฮอกไกโด แต่ได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น นำท่านผ่านชม สวนโอโดริ สวนสวยใจกลางเมืองที่ทอดตัวยาวจากตะวันออกไปตะวันตกโดยมีความยาว 1,400 เมตร คนส่วนใหญ่ใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจ สวนโอโดริเป็นที่รู้จักในฐานะสวนสาธารณะแต่ที่จริงแล้วเป็นถนนโดยในปีค.ศ.1871 (ปีเมจิที่ 4) มีการสร้างแนวกันไฟที่แยกใจกลางเมืองซัปโปโรออกเป็นฝั่งเหนือใต้ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถนนชิริเบชิและถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโอโดริ สถานที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสบายๆ ในยามปกติ และยังเป็นที่จัดงานเทศกาลขึ้นชื่อของฮอกไกโดอีกด้วย  สามารถที่จะสนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทุกฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิมีเทศกาลดอกไลแล็ค ฤดูร้อนมีเทศกาล YOSAKOI โซรันและเบียร์การ์เด้น ฤดูใบไม้ร่วงมีเทศกาลออทั่มเฟสซึ่งรวบรวมเอาอาหารของฮอกไกโดมาไว้ และในฤดูหนาวมีเทศกาลหิมะซึ่งพัฒนามาเป็นเทศกาลระดับโลก

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่มิตซุย เอ้าท์เล็ต (MITSUI OUTLET) ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย

ค่ำ                    เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

พักที่                 โรงแรม APA HOTEL & RESORT SAPPORO หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่หก             สนามบินชิโตเสะ – กรุงเทพฯ      

เช้า                   บริการอาหารเช้า แบบ SET BOX   นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเสะ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

11.55 น.          นำทุกท่านเหิรฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ เที่ยวบินที่ XJ 621 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

18.00 น.          เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…

 

ดาวน์โหลดโปรแกรมฉบับเต็ม >> ZHOK15