ทัวร์ญี่ปุ่น ZNRT21 ญี่ปุ่น โตเกียว ฟูจิ นาริตะ [เลสโก เพลินใบไม้หลากสี] NOV 19

12

 

วันแรก             กรุงเทพฯ – สนามบินดอนเมือง

20.30 น.          พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน AIR ASIA X เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

23.55 น.          เหินฟ้าสู่เมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินแอร์ เอเชีย เอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ600 บริการอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่อง

สายการบิน AIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง

จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 มีบริการอาหารร้อนเสิร์ฟทั้งขาไปและขากลับ

(น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

123

วันที่สอง           นาริตะ – วัดอาซากุสะ – ถ่ายรูปโตเกียวสกายทรี – ช้อปปิ้งโกเทมบะ เอ้าท์เล็ท – แวะเก็บภาพประทับใจทุ่งหญ้าเซ็นโกคุฮาระ – อาบน้ำแร่ธรรมชาติ + ทานขาปูยักษ์

08.00 น.          ถึง เมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรแล้ว นำท่าน เก็บภาพประทับใจกับคู่กับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว ณ ริมแม่น้ำสุมิดะ หอคอยโตเกียวสกายทรี” (Tokyo Sky tree) หอส่งสัญญาณโทรคมนาคมที่สูงที่สุดในโลก  เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 โดยหอนี้มีความสูง 634 เมตร สร้างด้วยเทคนิคทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอันทันสมัย ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หอคอยแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่แข็งแรงทนทาน เพราะไม่เกิดความเสียหายแม้แต่น้อย

นำท่านเดินทางสู่โตเกียว นำท่านชม วัดอาซากุสะ วัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว เข้านมัสการขอพรจากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ  นอกจากนั้นท่านยังจะได้พบเก็บภาพประทับใจกับโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตรซึ่งแขวนอยู่บริเวณประตูทางเข้าวัด และยังสามารถเลือกซื้อเครื่องรางของขลังได้ภายในวัด ฯลฯ

หรือเพลิดเพลินกับ ถนนนาคามิเซ ถนนช้อปปิ้งที่มี ชื่อเสียงของวัด มีร้านขายของที่ระลึกมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องรางของขลัง ของเล่นโบราณ และตบท้ายด้วยร้านขายขนมที่คนญี่ปุ่น มายังวัดแห่งนี้ต้องมาต่อคิวกันเพื่อลิ้มลองกับรสชาดสุดแสนอร่อย

นอกจากวัดอาสากุซะจะเป็นวัดที่เก่าแก่ของญี่ปุ่นแล้ว ถนนช้อปปิ้งนาคามิเซก็ยังเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของวัดอีกด้วยแล้วจะไม่ให้มีขนมขึ้นชื่อของวัดได้อย่างไร ขนาดองค์จักรพรรดิ์ยังรับสั่งคนสนิทให้มาซื้อที่นี่!!! เมนูนั้นก็คือ “เมล่อนปัง” เป็นขนมปังแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นขนมปังสอดไส้เมล่อน แต่จริงๆแล้วคือขนมปังอบแล้วยด้านบนมีลายแตกๆ ซึ่งเหมือนผิวเมล่อนของญี่ปุ่น เป็นที่มาของชื่อ “เมล่อนปัง” นั่นเอง ซึ่งปกติก็จะหาทานได้ทั่วไปแม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อต่างๆ แต่ที่ขึ้นชื่อก็ต้องยกให้ร้าน Asakusa Kagetsu-do ที่ขายเมล่อนปังรสดั้งเดิมและซอฟครีมหลากรส ที่ร้านนี้จะทำใหม่ๆอบเสร็จจากเตาร้อนๆ ขนมเมล่อนปังจะกรอบนอกนุ่มใน หวานกำลังดีซึ่งเป็นเมนูแนะนำที่มาถึงวัดอาซากุสะแล้วต้องลอง ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว

เที่ยง                บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทุ่งหญ้าเซ็นโกคุฮาระ เพื่อชมความสวยงามทางธรรมชาติของ ดอกซูซูกิ เป็นทุ่งหญ้าที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยของทิวทัศน์ดอกไม้ที่ดีที่สุดในคานากาวะ และยังเป็นหนึ่งในห้าสิบของจุดชมวิวที่เยี่ยมที่สุดโดยสามารถมองเห็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสีเหลืองทอง เสมือนขนนกพริ้วไสวเต็มทุ่งยามแสงอาทิตย์สาดส่องใต้ท้องฟ้าอันสดใส เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาเก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นภาพประทับใจอีกด้วย

หมายเหตุ : กรณีทุ่งหญ้าเซ็นโกคุฮาระ ล่วงหล่นหมดแล้ว บริษัทขอสงวนวิทธิ์ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ โดยนำท่านเดินทางสู่  สวนสันติภาพเฮวะโคเอน  สถานที่ที่คุณสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเต็มตาจากสวนแห่งนี้ โดยด้านบนจะมีเจดีย์สีขาวทรงลังกา และบริเวณรอบเจดีย์ใช้วิธีเจาะช่องหน้าต่างและมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ด้านของเจดีย  จุดเด่นของสวนนี้คือ รูปปั้นสิงห์ ที่ได้รับมอบมาจากประเทศต่างๆ ที่นับถือศาสนาพุทธประดับอยู่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อแบบพุทธ

นำท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ โกเทมบะ แฟคทอรี่ เอ้าท์เล็ต แหล่งรวมสินค้านำเข้าและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังไปทั่วโลก พบกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุด อาทิ MK MICHEL KLEIN, MORGAN, ELLE, CYNTHIA ROWLEY ฯลฯ เลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังได้ที่ร้าน BALLY, PRADA, GUCCI, DIESEL, TUMOI, GAP, ARMANI ฯลฯ เลือกดูเครื่องประดับ และนาฬิกาหรูอย่าง TAG HEURE, AGETE, S.T.DUPONT, TASAKI, LONGINES ฯลฯรองเท้าแฟชั่น HUSH PUPPIES, SCOTCH GRAIN, SKECHERS, HOGAN ฯลฯ

พักที่                FUJI HAKONE LAND SCHOLE PLAZA หรือระดับเดียวกัน

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม *** ให้ท่านได้อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่มีขาปูยักษ์ให้ท่านได้ลิ้มลองรสชาติปูพร้อมน้ำจิ้มสไตส์ญี่ปุ่นอย่างจุใจ หลังอาหารให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น

 

วันที่สาม           ภูเขาไฟฟูจิ (ชั้นที่ 5) – ศาลเจ้าโคมิตาเดะ – พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว – อุโมงค์เมเปิ้ล – ดิวตี้ฟรี – ชินจูกุ

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาไฟฟูจิ ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเกาะญี่ปุ่นด้วยความสูง3,776เมตร จากระดับน้ำทะเล นำท่านขึ้นชมความงามกันแบบใกล้ชิด ยังบริเวณ “ชั้น 5” ของภูเขาไฟฟูจิ (ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของภูเขาไฟที่ สามารถมอง เห็นทะเลสาบทั้งห้ากระจายอยู่โดยรอบ ให้ท่านได้สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์บนยอดเขาฟูจิ ถ่ายภาพที่ระลึก กับภูเขาไฟที่ได้ชื่อว่ามีสัดส่วนสวยงามที่สุดในโลก ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิท และมีความสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ด้านหลังยังมี ศาลเจ้าโคมิตาเคะ ของศาสนาลัทธิชินโต เป็นที่สัการะบูชาและอธิฐานขอพร อีกทั้งยังเป็นที่สำหรับบวงสรวงท่านเทนกุ โดยมีความเชื่อว่าที่บริเวณโดยรอบของฟูจิซังชั้น 5 นี้ ถูกเรียกว่า “สวนของท่านเทนกุโดยมีความเชื่อว่าที่นี่มีท่านเทนกุปกครองอยู่นั่นเอง และยังว่ากันว่า ศาลเจ้าแห่งนี้มีสมบัติของท่านเทนกุหลงเหลืออยู่มากมาย อย่างเช่น ขวานขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่า 375 กิโลกรัมตกอยู่ที่พื้นในสวน ซึ่งในสมัยก่อนมีผู้คนนิยมมาทดลองยกขวานนี้กันมากมาย เป็นต้น

สำหรับท่านที่หลงใหลในกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟนั้น บริเวณด้านหน้าภูเขาไฟฟูจิมีคาเฟ่กาแฟไว้บริการทุกๆท่านให้ใช้บริการไว้ดื่มด่ำรสชาติกาแฟพร้อมชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเพลิดเพลิน หรือจะเลือกช้อปปิ้งของฝากผลิตภัณฑ์ของภูเขาไฟฟูจิซึ่งมีบริการอยู่ที่ภูเขาไฟฟูจิที่เดียวหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว อาทิเช่น โคคา โคล่า ลายภูเขาไฟฟูจิ อันลิมิเต็ด , น้ำแร่ธรรมชาติภูเขาไฟฟูจิ เป็นต้น

นำท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ EARTH QUAKE MUSEUM ที่จำลองเรื่องราวของภูเขาไฟฟูจิ และให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศของการจำลองเรื่องราวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยง                บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางชม อุโมงค์ใบเมเปิ้ล โมมิจิ ไคโร เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนที่สวยงามบริเวณทะเลสาบคาวากูชิโกะ ซึ่งมีต้นเมเปิ้ลอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของคลองน้ำที่เปลี่ยนสีทั้งสีส้มและสีแดง ใบที่แห้งแล้วก็จะร่วงหล่นลงที่คลองน้ำ ทำให้ทั้งด้านบนและด้านล่างเต็มไปด้วยใบเมเปิ้ล จึงดูเหมือนกับเป็นอุโมงค์ใบเมเปิ้ลที่สวยงามมาก** ซึ่งโดยปกติอุโมงค์ใบเมเปิ้ลจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนตุลาคม-ปลายพฤศจิกายนของทุกปี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)**

หมายเหตุ: หากอุโมงค์เมเปิ้ล ใบไม้เปลี่ยนสีไม่มีแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับโปรแกรมเที่ยว โดยนำท่าน เดินทางสู่ หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค ให้ท่านเจาะลึกตามหาแหล่งนํ้าบริสุทธิ์จากภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแหล่งนํ้าตามธรรมชาติตั้งอยู่ในหมู่บ้านโอชิโนะ จ.ยามานชิ หรือพูดในทางกลับกันคือกลุ่มนํ้าผุดโอชิโนะฮัคไค เพียงก้าวแรกที่ย่างเท้าเข้าไปในหมู่บ้านก็สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์ และไอเย็นจากแหล่งนํ้าธรรมชาติที่มีให้เห็นอยู่ทุกมุม โดยในบ่อนํ้าใสแจ๋วมีปลาหลากหลายพันธุ์แหวกว่ายอย่างสบายอารมณ์  แต่ขอบอกเลยว่านํ้าแต่ละบ่อนั้นเย็นจับใจจนแอบสังสัยว่าน้องปลาไม่หนาวสะท้านกันบ้างหรือ เพราะอุณหภูมิในนํ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 10-12 องศาเซลเซียสนอกจากชมแล้วก็ยังมีนํ้าผุดจากธรรมชาติให้ตักดื่มตามอัธยาศัย และที่สำคัญ หมู่บ้านโอชิโนะยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าโอทอปชั้นเยี่ยมอีกด้วย

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านค้าปลอดภาษี ณ ดิวตีฟรี  และอิสระช้อปปิ้งย่านดัง ย่านชินจุกุ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายซื้อสินค้านานาชนิด ได้จากที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น ร้านซานริโอะ ร้านขายเครื่องอิเลคทรอนิกส์ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล นาฬิกา เครื่องสำอาง ต่างๆ กันที่ร้าน MATSUMOTO แหล่งรวมเหล่าบรรดาเครื่องสำอางมากมาย อาทิ มาร์คเต้าหู้, โฟมล้างหน้า WHIP FOAM ที่ราคาถูกกว่าบ้านเรา 3 เท่า, ครีมกันแดดชิเซโด้ แอนเนสซ่าที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี  และสินค้าอื่น ๆ  หรือให้ท่านได้สนุกกับการเลือกซื้อสินค้า แบรนด์ดังอาทิ LOUIS VULTTON, UNIQLO, กระเป๋าสุดฮิต BAO BAO ISSEY MIYAKE, เสื้อ COMME DES GARCONS, H&M หรือเลือกซื้อรองเท้า หลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ NIKE, CONVERSE, NEW BALANCE, REEBOK ฯลฯ ได้ที่ร้าน ABC MART **อิสระอาหารเย็นเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้ง**

พักที่                MARROAD INTERNATIONAL NARITA HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สี่               อิสระเลือกช้อปปิ้งเต็มวัน หรือเลือกซื้อทัวร์ ดิสนีย์แลนด์ (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง)

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระเต็มวัน ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง หรือเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ โดยมีไกด์คอยให้คำแนะนำในการเดินทาง อาทิ

  • ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าหลวงในศาสนาชินโต ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศและเป็นที่สถิตย์วิญญาณขององค์สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่มีความสำคัญกับประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง และได้รับความเคารพจากชาวญี่ปุ่นยุคปัจจุบันมากที่สุด
  • ย่านฮาราจูกุ แหล่งรวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ของวัยรุ่นญี่ปุ่น หากคุณคือคนที่กำลังมองหาซื้อเสื้อผ้าแบบแปลกๆ หรือต้องการหาซื้อเสื้อผ้าแนว Cost Play ท่านยังสามารถหาได้จากที่นี่อีกด้วย หรือ ถ้าต้องการเห็นวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวแบบแปลกๆ ก็สามารถมาดูได้ที่นี่ได้จะมีวัยรุ่นญี่ปุ่นน่ารักๆ เดินกันเต็มถนนเหมือนกับถนนสายแบรนด์เนมโอโมโตะซานโดะ นอกจากนั้นแล้ว ท่านยังได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ CHANNEL, Dior, LOUIS VULTTON, ZARA, GAP หรือสาวก ONITSUKA TIGER ที่ต้องการหารองเท้าแบบต้นฉบับ MADE IN JAPAN ที่ SHOP นี้มีแบบให้เลือกสรรมากมาย อีกทั้งยังมีร้านขายตุ๊กตา KITTY DORAENMON หรือตุ๊กตา LINE สุดแสนน่ารักไว้คอยเอาใจคุณหนู อีกทั้งยังมี SHOP ใหญ่ของ กระเป๋าสุดฮิต BAO BAO ISSEY MIYAKE, เสื้อ COMME DES GARCONS อีกด้วย
  • ย่านชิบุย่า ศูนย์กลางแฟชั่นวัยรุ่นในโตเกียวหามุมถูกใจถ่ายภาพคู่ไว้เป็นที่ระลึกกับ “ฮาจิโกะ” รูปปั้นสุนัขแสนรู้ที่กลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตสำหรับหนุ่มสาวโตเกียว อัพเดทแฟชั่นสไตล์โตเกียวที่ตึก(109) อิจิมารุคิว ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับและแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่นในฤดูต่างๆอื่นๆมากมาย

หรือหากท่านใดมีความประสงค์จะเลือกซื้อดิสนีย์แลนด์เพิ่มท่านละ 2,700.- บาท (ไม่รวมค่าเดินทาง) ดีสนีย์แลนด์โลกแห่งจินตนาการของราชาการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่สร้างนอกประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2526 จากการถมทะเลและใช้ทุนสร้างกว่า 600 ล้านบาท ให้ท่านสนุกสนานกับเครื่องเล่นนานาชนิด (ไม่จำกัดจำนวนการเล่น ) ผจญภัยในดินแดนต่างๆ ให้ท่านเล่นเครื่องเล่นตัวใหม่จากภาพยนตร์การตูนเรื่องดัง Toy Story ชมฉากรบกลางทะเลคาริเบียนในดินแดนโจรสลัดจากภาพยนตร์ The Pirate of Caribbean เขย่าขวัญกับบ้านผีสิงใน Haunted Mantion สัมผัสความน่ารักของตุ๊กตาเด็กนานาชาติในโลกใบเล็ก Small World ชมภาพยนตร์สามมิติThe Invention of the Year ให้ท่านได้สนุกสนานพร้อมกับการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกน่ารักในดิสนีย์แลนด์อีกทั้งยังจะได้สัมผัสกับตัวการ์ตูนเอกจากวอลดิสนีย์ อย่าง มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ พร้อมผองเพื่อนการ์ตูนอีกมากมายสนุกกับการจับจ่ายซื้อของที่ระลึกน่ารักในดิสนีย์แลนด์

MAP NARITA TO TOKYO

 

การเดินทางจากนาริตะสู่โตเกียว

1) จากโรงแรมแถวย่านนาริตะสู่สนามบินนาริตะใช้รถบัสบริการฟรีของทางโรงแรม แต่เนื่องด้วยจะต้องเริ่มตั้ง แต่ 9.00 น.เป็นต้นไปเพราะเนื่องจากในตอนเช้าระหว่าง 6.00 – 9.00 น เป็นช่วงที่มีลูกค้าใช้บริการไปสนามบิน เป็นจำนวนมากซึ่งอาจจะทำให้ขึ้นรถบัสไม่ครบตามจำนวนผู้เดินทางทั้งหมด

2) รถไฟสาย Keisei Skyliner เป็นรถไฟที่วิ่งจากสนามบินนาริตะไปสถาณีอูเอะโนะเพียง 41 นาทีโดยใช้ความ เร็วในการวิ่ง 160 ก.ม./ชม.โดยค่าตั๋วจะอยู่ที่เที่ยวละ 2,470 เยน/ท่าน โดยเวลาที่ให้บริการ 7.28-18.20 น เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางกลับควรเช็คเที่ยวสุดท้ายว่าหมดตอนกี่โมง

3)รถไฟสาย Narita Express (N’EX) เป็นรถไฟเข้าเมืองจากค่าย JR ถือว่าเป็นรถไฟที่ราคาค่อนข้างสูงนิดนึงแต่ตั๋วรถไฟจะเป็นแบบระบุที่นั่งบนรถไฟได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่าขึ้นไปแล้วเราจะไม่มีที่นั่งเบาะสามารถหมุนเข้า หากันได้มีอาหารขายบนรถไฟโดยค่าตั๋วรถไฟจะอยู่ที่ราคาเที่ยวละ 3,190 เยน/ท่านโดยเวลาที่รถไฟให้บริการตั้งแต่เวลา 7.44-19.42 น เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางกลับควรเช็คเที่ยวสุดท้ายว่าหมดตอนกี่โมง

4) Airport Limousine Bus เป็นอีก 1 ทางเลือกในการเดินทางเข้าโตเกียวแต่รถบัสนี้จะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ต่อรอบโดยต่อรอบจะรับอยู่ 35-40 ท่านต่อเที่ยวโดยจะใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 80-100 นาที ราคา 3,000 เยน/ท่าน/เที่ยว เวลาที่ให้บริการ 5.55-17.30 น ถ้าเด็กอายุตำกว่า 12 จะเสียครึ่งราคา

5) Taxi ในส่วนของรถแท็กซี่นี้ค่าโดยสารจากโตเกียว สู่โรงแรมที่พักย่านนาริตะจะอยู่ที่ราคา 20,000-25,000 เยน (โดยราคานี้จะไม่รวมค่าทางด่วน)

                        อิสระอาหารกลางวัน และอาหารค่ำ ตามอัธยาศัย

พักที่                MAAROAD INTERNATIONAL NARITA HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่ห้า             ศาลเจ้าโอโตเมะอินาริ – สวนโชวะคิแนน – โอไดบะ – กันดั้ม – เทพีสันติภาพ – อิออน – สนามบินนาริตะ

เช้า                  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนนั้นนำท่านชม เสาโทริอิแดงพันต้น ณ ศาลเจ้าโอโตเมะอินาริ ที่เรียงรายไปตามถนนที่มุ่งหน้าไปสู่ชะเด็น (ศาลาศาลเจ้า) มีความสวยงามมากอีกสถานที่หนึ่ง อีกทั้งที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่าทำให้คำอธิษฐานของงูเผือกเป็นจริง อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมตามอัธยาศัย (ไม่รวมค่าเข้าชมสวนดอกไม้ราคาท่านละ 200 เยน)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนโชวะคิเนน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของจักรพรรดิโชวะ มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ ภายในแบ่งโซนออกเป็น 2-3 สวน โดยเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางสำหรับเดินเท้าและจักรยาน โดยทุกท่านจะได้ชมต้นกิงโกะและต้นเมเปิ้ลล้อมรอบสวนญี่ปุ่น ที่มีสีเหลืองอร่ามและแดงอวดโฉมทั่วทั้งพื้นที่ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ซึ่งจะสวยงามมากในช่วงในฤดูใบไม้ร่วง จึงเป็นสถานที่ที่นิยมมักมาเดินเล่นพักผ่อน, อ่านหนังสือ, ปิคนิก, ทำบาบีคิว, ดูนก, ปั่นจักรยาน, พายเรือ, ออกกำลังกาย, และกิจกรรมอื่นๆ

หมายเหตุ : กรณีใบแป๊ะก๊วยไม่เปลี่ยนสีหรือล่วงหล่นหมดแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์เปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ โดยนำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าหลวงในศาสนาชินโต ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศและเป็นที่สถิตวิญญาณขององค์สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่มีความสำคัญกับประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง และได้รับความเคารพจากชาวญี่ปุ่นยุคปัจจุบันมากที่สุด

เที่ยง                อิสระอาหารเที่ยงตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอไดบะ เป็นเมืองที่เกิดจากการนำขยะมาถมทะเลจนกลายเป็นเกาะขนาดใหญ่บริเวณอ่าวโตเกียวเพื่อประโยชน์ในการป้องกันประเทศ แต่ปัจจุบันโอไดบะได้กลายมาเป็นเขตเศรษฐกิจอีกแห่งของประเทศ เนื่องจากเต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 150 ร้าน โซนอาหาร ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายด้วยฝีมือของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสะพานสายรุ้ง เป็นต้น ส่วนการเดินทางมาที่นี่ก็สะดวกสบาย จึงไม่แปลกหากที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

และในบริเวณใกล้กันท่านสามารถเดินไปถ่ายภาพคู่กับแลนด์มาร์คเทพีเสรีภาพที่โอไดบะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงห้างใน  AQUA CITY Odaiba โดยมีวิวทิวทัศน์ตัดกับสะพานสายรุ้งอย่างสวยงาม ซึ่งเทพีเสรีภาพนั้นทางการฝรั่งเศสได้ส่งให้กับทางญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน กว่า 3 ศตวรรษระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1998 จนเมื่อถึงเวลานำกลับได้มีการขอร้องไปยังรัฐบาลฝรั่งเศสว่าอย่าขนกลับเลย แต่รัฐบาลฝรั่งเศสนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องขนกลับเพราะเป็นตัวต้นแบบของเทพีเสรีภาพที่นิวยอร์ก จึงได้สร้างเทพีเสรีภาพตัวปัจจุบันนี้ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวต้นแบบแต่ก็ยังเล็กกว่าเทพีเสรีภาพที่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก และส่งมาให้ในปี ค.ศ.2000 นั่นเอง ดังนั้นเทพีเสรีภาพที่โอไดบะนั้นไม่ใช่ของที่ทำจำลองขึ้นมา แต่เป็นของแท้แน่นอนจากฝรั่งเศส

จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของนาริตะ ห้างฯ อิออน จัสโก้  ซื้อของฝากก่อนกลับ อาทิ ขนมโมจิ เบนโตะ ผลไม้ และ หากท่านใดหลงไหลในรสชาดของคิทแคทชาเขียวสามารถหาซื้อได้ที่นี่ได้เลย **เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาช้อปปิ้งอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย** ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ สนามบินนาริตะ เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

20.40 น.          เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์ เอเชีย เอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ607 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

 

วันที่หก             กรุงเทพฯ

01.20 น.          ถึงสนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ

 

 

ดาวน์โหลดโปรแกรมฉบับเต็ม >> ZNRT21